2007/Aug/12

รักเอ๋ยรักข้า....มีผู้ให้คำนิยามของความรักไว้มากมายมหาศาล บานตะไท ไร้จำกัด มีทุกรูปแบบและมุมมองและด้วยความรักทั้งหลายนั้น ที่กลายมาเป็นทฤษฎียอดนิยมให้น่าสนใจศึกษา ก็คงหนีไม่พ้นความรักประเภทหนุ่มสาว เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวและทุกคนอยากรู้อยากเห็น อยากพบสักครั้งในชีวิต ถ้าจะมานั่งเขียนถึงความรักประเภทอื่น ก็คงไม่มีใครอ่านแน่

1. ความรักแบบโรแมนติก (Romantic Love) ในช่วงต้นของการปิ๊งกัน เป็นที่ใฝ่ฝันอยากจะมีกันทุกคน ดังที่เห็นจากภาพยนตร์ ละคร นิยายทั้งหลาย ซึ่งหายากสำหรับบางคน บางคนวิ่งหาก็ไม่เจอ บางคนก็วิ่งเข้ามาเอง หรือบางคนในขณะที่อ่านอยู่นี้ก็กำลังฝันถึงอยู่ก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อลองมาคิดทบทวนตั้งแต่ความรักเริ่มผลิในใจ จนบางคนบานและร่วงโรยไปแล้ว ก็ต้องสรุปง่ายๆว่า ถ้าความรักเปรียบเสมือนบ้าน บ้านที่มั่นคงก็ควรจะมีโครงสร้างที่ครบองค์ประกอบ มีฐานรากที่มั่นคง แต่สำหรับผู้ที่กำลังตกอยู่ในห้วงความรักเอง ตอนนั้นคงยังไม่ทันคิด เพราะมีอารมณ์อื่นๆเข้ามามากมาย จนลืมคิดถึงประเภทของความรักที่ตนกำลังมีอยู่ ทำให้ต้องพบทั้งสุขและเศร้า เคล้าน้ำตาเหมือนในมิวสิกวิดิโอ แต่ถ้าลองมาใช้สติคิดทบทวนดู ก็พบความจริงดังในทฤษฎี แต่กว่าจะค้นพบได้ ก็อาจจะล่วงเลยเวลาสำหรับคนหนุ่มสาว ไปพบความจริงอีกที ก็โน่นเข้าวัยกลางคนไปแล้ว

แล้วจะมีประโยชน์อะไร อาจมีบางคนตั้งคำถามในใจ เราน่าจะปล่อยให้ความรักมันเกิดแบบสัญชาติญาณหรือตามธรรมชาติของวัยจะดีกว่าหรือไม่ คำตอบ ก็คือ ปัญหาต่างๆของคนที่มีความรักทั้งหลาย เช่น อกหัก รักคุด ตุ๊ดเมิน เขินกระเทย อยากตาย แย่งชิงกันแม้กระทั่งทำได้ทุกอย่างเพื่อรัก โดยยังไม่รู้เลยว่ารักของตัวเองเป็นแบบใด ก็เพราะปล่อยตามใจไม่ใช่หรือไง

การมีความเข้าใจในความรักระดับหนึ่ง ทำให้เราได้มองเห็นถึงว่าความรักของเราจะเป็นไปในทิศทางใด ถูกต้องตรงใจเราและที่สำคัญผิดศีลธรรมหรือไม่ สังคมยอมรับหรือประณาม

บางคนไม่สนใจโลกภายนอกเลย ในห้วงเหวรักนั้นมีเพียงฉันและเธอ ตื่นขึ้นมาก็คิดถึง ก่อนนอนก็คิดถึง ขนาดหลับก็ยังฝันถึง อยากอยู่ใกล้ อยากเห็นหน้าหรือขอได้ยินเสียงก็ยังดี

บางคนจิตใจรุ่มร้อน กลัวความรักหลุดลอยไป กลัวคนมาแย่ง หวาดระแวงหรือไม่ไว้ใจ ลองมาดูทฤษฎีความรักกันก่อน อย่างน้อยเราก็ยังได้หยุดอารมณ์แม้เพียงชั่วครู่ เพื่อใครกันเล่าก็เพื่อตัวเองและคนที่เรารักอยู่นี่ไง

อาจสรุปได้ว่า ความรักเป็นความรู้สึกพิเศษที่บุคคลมีต่ออีกคนหนึ่ง
Lasswell
กล่าววถึง รูปแบบของความรัก ในช่วงเวลาที่ต่างกัน

2. ความรักที่มีเหตุผล (Logical - Sensible Love) เมื่อเวลาผ่านไป คู่รักก็จะเริ่มใช้เหตุผลมากขึ้น ยอมรับความจริงของกันและกัน

3. ความรักฉันท์เพื่อน ( Lifelong Friendship) เมื่อความรักสุกงอมอย่างกล้วยหอมแล้ว เข้าสู่ประตูวิวาห์ ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนานวันขึ้น ก็จะเกิดความรักแบบเพื่อนขึ้นแทนที่

Sternberg (1986) กล่าวว่า ความรักมี 3 องค์ประกอบ คือ

1. ความใกล้ชิดผูกพัน(Intimacy)เป็นความรู้สึกใกล้ชิด เชื่อมโยงผูกพันธ์และห่วงใยในสวัสดิภาพของอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องการให้อีกฝ่ายมีความสุข มีความเข้าใจกัน แบ่งปันซึ่งกันและกัน พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ประเภท chat กันไม่นานก็บอกรักซะแล้ว ไม่เข้าข่าย เผลอๆอาจเข้าคุก

2. การอุทิศตัวต่อกัน(Commitment) ความรักจะคงที่และงอกงามต้องมีการอุทิศตนต่อกัน การอุทิศตนจะช่วยให้ความสัมพันธ์ดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง แม้จะมีความทุกข์ ความขัดแย้ง หรือความผิดหวังเกิดขึ้น จะยอมอดทนต่อความยากลำบากที่เกิดขึ้นและช่วยกันแก้ไข ซึ่งประกอบด้วยพฤติกรรมสำคัญ 2 ประการ คือ ความรับผิดชอบ (Responsibility) ชีวิตคู่เป็นความรับผิดชอบของคนสองคน และการปกป้องความสัมพันธ์ให้ปลอดภัย (Protectiveness)

3.อารมณ์รัก (Passion) คือ ความปรารถนา ที่ดึงดูดหญิงชายเข้าหากัน ยากที่จะบรรยายต้องรู้สึกเอง อารมณ์รักแสดงออกมาในรูปของความรู้สึกโรแมนติก ความต้องการใกล้ชิดด้านกายภาพ กอด จูบ จับมือ รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ในระยะเริ่มต้น อารมณ์รักมักจะรุนแรงมาก และจะค่อยลดความรุนแรงลงเรื่อย ๆ เหมือนคลื่นในทะเล



1. เฉย (nonlove) เป็นความรู้สึกของคนทั่วไปในสังคมที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
2.
ชอบ (Liking) หมายถึง ความรู้สึกใกล้ชิดผูกพัน ต่ออีกบุคคลหนึ่ง แต่ปราศจากความหลงใหล หรือข้อผูกมัด
3.
รักแรกพบ (Infatuated Love) เกี่ยวข้องกับความรู้สึกหลงใหล แต่ปราศจากความผูกพันหรือข้อผูกมัด
4.
หมดรัก (Empty Love) เกิดจากการตัดสินใจผูกมัดที่ปราศจากความผูกพัน และความหลงใหล พบได้ในคู่รักที่คบกันมาสักระยะจนความรู้สึกถูกใจในรูปร่างหน้าตาเริ่มหมดไป
5.
รักโรแมนติก (Romantic Love) ประกอบด้วยความหลงใหล ผูกพัน โดยปราศจากข้อผูกมัด
6. Fatuous Love
เป็นความรักที่มีข้อผูกมัด และความรู้สึกหลงใหล แต่ปราศจากความผูกพัน
7. Consummate Love
เป็นความรักที่มีองค์ประกอบครบทั้งสามด้าน คือทั้งความหลงใหล ข้อผูกมัด และความใกล้ชิดผูกพัน

(ยังมีต่อ)

ความรักของ Sternberg (1987) ได้เปรียบเสมือนมุมทั้งสามของสามเหลี่ยมด้านเท่า กำหนดรูปแบบของความรัก ได้ 8 ชนิด คือ